เมื่อไพ่ทุกใบ...คือ Archetype ที่มีชีวิต
ไพ่คุยกัน - ศาสตร์การจัดวอลเปเปอร์
เคยสงสัยมั้ยคะว่าทำไมบางคนตั้งวอลเปเปอร์เสริมดวงแล้วชีวิตปังมากเหมือนติดเทอร์โบ ในขณะที่บางคนตั้งแล้ว…ก็ยังนิ่งๆ เหมือนเดิม
ความลับมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเลือกไพ่ดีแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราเรียงไพ่ให้คุยกันเป็นหรือเปล่าต่างหากค่ะ
ฟังแล้วอาจจะงงๆไพ่คุยกันคืออะไร? มันตะโกนออกมาจากจอมือถือเหรอ? ฮือออ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ
ให้บลูลองเปรียบเทียบแบบนี้นะคะ...ถ้าไพ่แต่ละใบคือนักดนตรีที่เก่งมากๆ หนึ่งคน
The Sun คือมือกลองที่เปี่ยมพลัง
The Star คือนักร้องเสียงใสที่มอบความหวัง
King of Pentacles คือมือเบสที่หนักแน่นมั่นคง
การที่เราแค่เอานักดนตรีเก่งๆ มารวมกันไว้บนเวที ไม่ได้การันตีว่าจะเกิดเป็นเพลงที่เพราะเลยจริงมั้ยคะ? ถ้าไม่มีโน้ตเพลง ไม่มีวาทยกรคอยควบคุม พวกเขาก็จะเล่นไปคนละทิศคนละทาง กลายเป็นเสียงดังๆ ที่ไม่มีความหมาย...แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราจัดวางพวกเขาอย่างมีศิลปะ มีเจตนา ให้คนนึงส่งอีกคนนึงรับ นั่นแหละค่ะคือจุดที่เพลงอันทรงพลังได้ถือกำเนิดขึ้นการจัดวอลเปเปอร์ก็เหมือนกันเลยค่ะ มันไม่ใช่แค่การเอาไพ่ความหมายดีๆ มารวมกัน แต่คือ ศาสตร์แห่งการออกแบบบทสนทนาของพลังงาน บนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เล็กที่สุด แต่เรามองบ่อยที่สุด...นั่นคือหน้าจอมือถือของเรา
Published On: 22 ก.ค. 2568
เมื่อไพ่ทุกใบ...คือ Archetype ที่มีชีวิต
บลูอยากชวนให้รู้จักกับแนวคิดของ คาร์ล ยุง (Carl Jung) ที่บลูใช้เป็นแกนหลักในการทำงานเสมอค่ะ ยุงเปรียบเสมือนพ่อแห่งวงการจิตวิเคราะห์เลยก็ว่าได้ เขาไม่ได้มองว่าไพ่ทาโรต์เป็นแค่กระดาษ แต่คือภาพแทนของ Archetype หรือพลังงานต้นแบบสากลที่หลับใหลอยู่ในจิตไร้สำนึกของมนุษย์ทุกคน
พูดง่ายๆ ก็คือ...ไพ่ทุกใบมีชีวิต มีตัวตน มีเสียงของตัวเองอยู่ในโลกแห่งจิตวิญญาณ
ดังนั้น เวลาที่เราเอาไพ่หลายๆ ใบมาวางรวมกันบนวอลเปเปอร์ ในมุมมองของยุง มันคือการเชิญเหล่าอาร์คีไทป์มาประชุมกันในห้องๆ หนึ่ง พวกเขาจะเริ่มคุยกันด้วยภาษาสัญลักษณ์ซึ่งเป็นภาษาเดียวกับที่จิตไร้สำนึกของเราใช้สื่อสารผ่านความฝัน
พลังงานที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ความหมายไพ่ใบที่ 1 + 2 + 3 แต่เป็นความหมายใหม่ที่เกิดจากความสัมพันธ์ของไพ่ทั้งหมด เหมือนบทสนทนาในฝันที่เราไม่ได้จงใจคิด แต่มันปรากฏขึ้นมาเอง
และนี่แหละค่ะ คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด
หน้าจอมือถือของเรา คือ Mandala ส่วนตัว
แล้วการจัดวางสำคัญยังไง? ให้บลูอธิบายแบบนี้ค่ะ...ยุงมองว่าพื้นที่วงกลมศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า Mandala คือแผนที่ของจิตวิญญาณ คือภาพสะท้อนของจักรวาลทั้งหมดที่ย่อส่วนลงมา โดยมีศูนย์กลางเป็นหัวใจสำคัญ
การจัดวางไพ่บนวอลเปเปอร์ของบลู ก็ใช้หลักการ Mandala นี่แหละค่ะ (ความจริง ไพ่ใบเดียวของบลูก็เป็น Mandala ได้นะ)
ศูนย์กลาง (Intentional Core): เราจะวางไพ่ที่เป็นหัวใจของเป้าหมายไว้ตรงกลาง นี่คือ Self หรือแก่นพลังที่เราต้องการเปิดใช้งาน
วงล้อม (Supporting Field): ไพ่ใบอื่นๆ จะถูกวางรอบๆ เพื่อทำหน้าที่ต่างกันไป บางใบทำหน้าที่ขยายพลังงานจากศูนย์กลาง บางใบทำหน้าที่เชื่อมต่อไปยังชั้นของจิตใต้สำนึก บางใบทำหน้าที่ปกป้อง หรือแก้พลังงานที่ขัดแย้ง
หน้าจอมือถือของเรา...ก็คือ Mandala ส่วนตัวผืนเล็กๆ นี่แหละค่ะ
ทุกครั้งที่เราหยิบมือถือขึ้นมามอง ไม่ใช่แค่ตาที่เห็นภาพ แต่จิตไร้สำนึกของเรากำลังอ่านบทสนทนาของเหล่าอาร์คีไทป์ที่ถูกจัดวางไว้อย่างตั้งใจ มันคือการทำ Active Imagination หรือการฝึกจิตผ่านจินตภาพไปในตัวโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
พลังงานจากภาพจะค่อยๆ ไหลซึมผ่านดวงตา ความคิด และสนามพลัง (Aura) รอบตัวเรา เพื่อปรับจูนคลื่นความถี่ภายในให้ตรงกับเป้าหมายที่เราวางไว้ วอลเปเปอร์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ภาพ แต่มันคือ Portal, Grid, หรือ Activation Mirror ที่ทำงานกับเราตลอดเวลา
ยุงเคยกล่าวในเชิงเปรียบเปรยไว้ว่า...
“ความจริงของจิต ไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่แต่ละไพ่พูดแต่อยู่ที่พวกมันฟังกันต่างหาก”
การออกแบบวอลเปเปอร์ที่เรียงไพ่ให้คุยกันบนพื้นที่ของหน้าจอมือถือ—นั่นแหละคือ “Mandala แบบมีชีวิต” ที่บลูเชื่อว่าแม้แต่ Jung เอง...ก็คงอยากดาวน์โหลดไว้ใช้เหมือนกันค่ะ 😌🤍✨
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจมิติที่ลึกซึ้งของวอลเปเปอร์มากขึ้นนะคะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อ แต่เป็นเรื่องของการทำงานกับพลังงานและจิตไร้สำนึกอย่างมีศิลปะและเจตนาค่ะ
บลู 🩵
