ทำไมเป็นคนดีแล้วเจอแต่คนแย่ๆ เห็นแก่ตัว?
เคยรู้สึกแบบนี้ไหมคะ?…เราเป็นคนดี ตั้งใจดีกับทุกคน ให้ใจเต็มร้อย แต่ทำไม๊…ทำไม คนที่เดินเข้ามาในชีวิตกลับมีแต่สายเอาเปรียบ สายเห็นแก่ตัว ทำให้เราเจ็บซ้ำๆ จนแอบคิดในใจว่า “หรือการเป็นคนดีมันไม่เวิร์กในโลกนี้?”
บลูได้ยินคำถามนี้บ่อยมากค่ะ จนอยากจะกอดทุกคนแน่นๆ แล้วบอกว่า…เราเข้าใจ ความรู้สึกนี้มันเจ็บจี๊ดๆ ในใจเนอะ มันเหมือนเราพยายามปลูกดอกไม้ แต่ดินที่เรายืนอยู่กลับดึงดูดแต่หนามเข้ามา
วันนี้บลูอยากจะชวนทุกคนมาไขรหัสนี้กันค่ะ ไม่ใช่ด้วยมุมมองของโชคลางหรือเวรกรรม แต่ด้วยเลนส์ของ จิตวิทยาก้นบึ้ง (Depth Psychology) และ ฟิสิกส์ควอนตัม (Quantum Physics) ที่จะทำให้เราต้องร้อง “อ๋ออออ……” เลยว่าจริงๆ แล้วโลกภายนอก มันคือภาพสะท้อนของโลกข้างในของเราเองล้วนๆ
ให้ฉันอธิบายแบบนี้ค่ะ…เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องของ ‘ความโชคร้าย’ แต่มันคือเรื่องของ ‘แรงดึงดูดพลังงาน’ ที่ทำงานอยู่เงียบๆ ในตัวเราต่างหาก 😉
Published On: 27 ก.ค. 2568
ทำความรู้จักห้องใต้ดินในใจของเรา
เราทุกคนมีตัวตนที่เรารู้จักดี ที่เรียกว่า Ego หรือ อัตตาค่ะ มันคือเราในเวอร์ชันที่เรานำเสนอให้โลกเห็น เป็นคนดี มีน้ำใจ อยากช่วยเหลือ…แต่ๆๆๆ คุณปู่ Carl Jung นักจิตวิทยาในตำนานเคยบอกไว้ว่า จิตสำนึกของเราเป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้นเองค่ะ
ลึกลงไปใต้มหาสมุทรแห่งจิตใจ ยังมีดินแดนอันกว้างใหญ่ที่เรียกว่าจิตไร้สำนึก (Unconscious Mind) อยู่ ซึ่ง Jung บอกว่ามันมี "ความเป็นจริงและความเป็นธรรมชาติของตนเอง" (reality and spontaneity of their own) คือมันไม่ได้ขึ้นตรงกับ Ego ของเราเลย บลูชอบเปรียบเทียบว่ามันเหมือนห้องใต้ดินของบ้านใจเราค่ะ ที่เราอาจจะไม่ได้ลงไปสำรวจบ่อยๆ หรือบางทีก็ลืมไปแล้วว่าเก็บอะไรไว้ในนั้นบ้าง
ถ้าในห้องใต้ดินนั้นมีรูปแบบทางจิตวิทยาที่ไม่ได้รับการแก้ไข (unresolved psychological patterns) ซ่อนอยู่ เช่น ความรู้สึกไม่ดีพอ ความกลัวการถูกปฏิเสธ หรือความรู้สึกผิดที่ต้องเป็นคนดีตลอดเวลา…พลังงานเหล่านี้แหละค่ะ คือแม่เหล็กที่มองไม่เห็น ซึ่งกำลังทำงานตลอดเวลาเพื่อดึงดูดสถานการณ์และผู้คนให้เข้ามายืนยันความเชื่อที่ซ่อนอยู่ในนั้น
มันไม่ใช่ว่าเราเป็นคนไม่ดีนะคะ แต่เป็นเพราะพลังงานในห้องใต้ดินของเรามันยังไม่ได้ถูกจัดระเบียบใหม่เท่านั้นเอง
ภาษาร่างกายที่จักรวาลอ่านออก
ทีนี้เรามาคุยเรื่องที่ลึกขึ้นไปอีกขั้น แต่สนุกมาก ลองนึกภาพตามบลูนะคะ …
Dr. Joe Dispenza ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและผู้เขียนหนังสือ Becoming Supernatural ได้อธิบายเรื่องนี้ได้เห็นภาพสุดๆ เลยค่ะ เขาบอกว่า…
ความคิดของเรา 🧠 คือประจุไฟฟ้า (electrical charge) ที่เราส่งออกไปในสนามพลังงานรอบตัว เหมือนเราส่งสัญญาณ Wi-Fi ออกไปตลอดเวลา
อารมณ์ความรู้สึกของเรา 💖 คือแรงดึงดูดแม่เหล็ก (magnetic pull) ที่จะไปเหนี่ยวนำความเป็นจริงให้เข้ามาหาเรา
เห็นภาพไหมคะ? ความคิด + อารมณ์ = ลายเซ็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่เราส่งออกไปบอกจักรวาล
ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะ…ถ้าจิตสำนึกเราคิดว่า “ฉันอยากเจอคนดีๆ” (ส่งประจุไฟฟ้าบวก) แต่ในห้องใต้ดินของใจเรายังเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่ดีพอหรือกลัว (อารมณ์ที่เป็นแม่เหล็กขั้วลบ) สัญญาณที่เราส่งออกไปมันเลยขัดแย้งกันเอง
Caroline Myss ผู้เขียนหนังสือระดับตำนานอย่าง Anatomy of the Spirit ก็พูดประโยคที่ทรงพลังมากว่า "ชีวประวัติของเรากลายเป็นชีววิทยาของเรา" (Biography Becomes Biology) หมายความว่าทุกเรื่องราว ทุกบาดแผล ทุกความเชื่อที่ฝังหัว มันไม่ได้เป็นแค่ความทรงจำลอยๆ นะคะ แต่มันถูกเข้ารหัสกลายเป็นพลังงานทางอารมณ์ (emotional energy) ที่สั่นสะเทือนอยู่ในทุกเซลล์ของเราเลย
นี่คือเหตุผลที่ Dispenza ย้ำว่า หากพลังงานของเรายังจดจ่ออยู่กับอดีต ร่างกายเราก็จะ "ดำเนินรอยตามจิตใจไปสู่เหตุการณ์แบบเดิมซ้ำๆ ในความเป็นจริงเดิมๆ" ค่ะ
เราไม่ได้ดึงดูดสิ่งที่เราอยากได้ แต่เราดึงดูดสิ่งที่เราเป็น ในระดับพลังงานต่างหาก
เงาของเรา
มาถึงส่วนที่อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัดแปลกๆ 555 แต่บลูว่ามันคือหัวใจของเรื่องเลย
Carl Jung พูดถึงสิ่งที่เรียกว่าเงา (Shadow) ค่ะ มันคือเราอีกเวอร์ชันที่เราไม่ยอมรับ ไม่ชอบ และผลักไสมันลงไปเก็บไว้ในห้องใต้ดินของใจ เช่น ความเห็นแก่ตัว ความโกรธ ความต้องการควบคุม หรือความอ่อนแอที่เราไม่อยากให้ใครเห็น
ทีนี้…เวลาเราเจอคนแย่ๆ ที่เข้ามาเอาเปรียบเรา ลองหายใจลึกๆ แล้วมองเขาดีๆ นะคะ…บางทีเขาอาจจะไม่ใช่แค่คนใจร้าย แต่เขาคือกระจก (mirror) บานใหญ่ที่จักรวาลส่งมาให้เราส่องดูเงาของตัวเองที่ซ่อนอยู่
เฮ้ย! แรงไปปะ? 555 แต่บลูจะบอกว่ามันจริงมากค่ะ ถ้าเราเป็นคนดีที่ยอมทุกอย่าง เพราะลึกๆ กลัวการขัดแย้ง เราก็จะดึงดูดคนที่เอาแต่ได้เข้ามาเพื่อสอนให้เราเรียนรู้ที่จะปฏิเสธและปกป้องขอบเขตของตัวเอง
ถ้าเราเป็นคนที่ทุ่มเทให้คนอื่นจนหมดตัว เพราะลึกๆ รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าถ้าไม่ทำให้คนอื่นพอใจ เราก็จะดึงดูดคนที่สูบพลังเข้ามา เพื่อสอนให้เรารู้จักรักและให้คุณค่าตัวเองก่อน
Jung บอกว่า "ความขัดแย้งระหว่างสิ่งตรงข้ามอาจกดดันจิตวิญญาณของเราจนถึงจุดแตกหัก" แต่มันก็เป็นความพยายามของจิตวิญญาณที่จะหาทางชดเชยด้วยความเป็นหนึ่งเดียวค่ะ คือจักรวาลกำลังช่วยให้เราเอื้อมมือลงไปในห้องใต้ดิน แล้วจูงมือเงาของเราขึ้นมายอมรับและรวมมันเป็นส่วนหนึ่งของเรา เพื่อที่เราจะได้กลายเป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้นนั่นเอง
กฎทองของจักรวาล: จัดเรียงพลังงานใหม่ แล้วจักรวาลจะจัดเรียงโลกให้
ปรัชญาเฮอร์เมติก (Hermetic Philosophy) ซึ่งเป็นรากฐานของศาสตร์พลังงานโบราณ มีหลักการหนึ่งที่บลูอยากให้ทุกคนจำไว้ขึ้นใจเลยค่ะ นั่นคือ "สรรพสิ่งคือจิต; จักรวาลเป็นจิต" (THE ALL is MIND; The Universe is Mental) และ "ความคิดชี้นำพลังงาน และพลังงานไหลตามความคิด" (Thought directs energy. Energy follows thought.)
แปลเป็นภาษามนุษย์ง่ายๆ ก็คือ โลกภายในสร้างโลกภายนอก ค่ะ
Dr. Wayne Dyer ผู้เขียนหนังสือเปลี่ยนชีวิตอย่าง The Power of Intention ได้ขยายความเรื่องนี้ไว้ว่า:
"หากคุณกลายเป็นสิ่งที่คุณคิดถึง และสิ่งที่คุณคิดถึงคือการได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ คุณก็จะยังคงอยู่ในสภาวะที่ต้องการเช่นนั้นต่อไป" อ่านแล้วจุกไหมคะ? 555 มันแปลว่าถ้าเราโฟกัสแต่ความขาดหรือการรอคอยคนดีๆ เราก็จะดึงดูดแต่สถานการณ์ที่ต้องรอเข้ามาไม่สิ้นสุด
แทนที่จะพยายามไปแก้คนอื่น ให้เราหันมา "จัดเรียงพลังงานของเราให้กลมกลืนกับพลังงานของแหล่งกำเนิด" (Shift your energy to harmonize vibrationally with the energy of Source) ค่ะ
ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การออกไปตามหาคนดีที่ไหนเลยค่ะ แต่เป็นการเดินทางกลับเข้ามาข้างในเพื่อจัดระเบียบสนามพลังงานของเราใหม่ทั้งหมด
Step-by-Step: การเดินทางสู่การเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนดีฉบับลงมือทำ
โอเค…ฟังมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะบลู?” อืม…ทฤษฎีมันสุดยอด แต่ตอนลงมือทำนี่สิของจริง 555 มาค่ะ บลูจะสรุปเป็นขั้นๆ นะ
กลับมาคุยกับใจตัวเอง (Self-Awareness): นี่คือสเต็ปที่สำคัญที่สุดค่ะ ลองหาเวลาเงียบๆ อยู่กับตัวเองแล้วถามคำถามเหล่านี้: “ลึกๆ แล้วเราเชื่อว่าตัวเองมีค่าพอที่จะได้รับความรักดีๆ ไหม?”, “เรากลัวอะไรที่สุดในความสัมพันธ์?”, “การเป็นคนดีที่ผ่านมา มันทำให้เรารู้สึกอึดอัดหรือสูญเสียความเป็นตัวเองบ้างไหม ถ้ามีมันคืออะไร?” การซื่อสัตย์กับคำตอบพวกนี้ คือการเปิดไฟในห้องใต้ดินของใจเราค่ะ Caroline Myss ย้ำว่านี่คือจุดเริ่มต้น เพราะ "ชีวประวัติของคุณกลายเป็นชีววิทยาของคุณ"
ปรับคลื่นความถี่ของใจ (Vibrational Shift): เมื่อเรารู้แล้วว่าคลื่นเก่าของเราเป็นยังไง ก็ถึงเวลาจูนคลื่นใหม่ค่ะ Dr. Wayne Dyer ชวนให้เรายกระดับความถี่ของการสั่นสะเทือนของเราด้วยการฝึกฝนอารมณ์พลังงานสูง เช่น ความรัก, ความรู้สึกขอบคุณ, ความสุข, ความสงบ แทนที่อารมณ์พลังงานต่ำอย่าง ความกลัว, ความรู้สึกผิด, ความโกรธ ลองเริ่มวันใหม่ด้วยการลิสต์ 3 สิ่งที่เรารู้สึกขอบคุณดูสิคะ มันเป็นวิธีง่ายๆ แต่ทรงพลังมากในการเปลี่ยนแม่เหล็กในตัวเรา
ฝึกมองทะลุเปลือก (Symbolic Sight): ทุกครั้งที่เจอสถานการณ์แย่ๆ หรือคนใจร้าย แทนที่จะถามว่า “ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับเรา?” ลองเปลี่ยนคำถามเป็น “เรื่องนี้กำลังจะสอนบทเรียนอะไรให้เรา?” หรือ “พลังงานของสถานการณ์นี้กำลังสะท้อนส่วนไหนในตัวเรา?” การมองแบบนี้จะเปลี่ยนเราจากเหยื่อให้กลายเป็นนักเรียนของจักรวาลทันทีค่ะ
เปิดรับเมนูใหม่ของจักรวาล (Unlimited Possibilities): Joe Dispenza บอกว่าในสนามควอนตัมมี ความเป็นไปได้ทั้งหมดรอเราอยู่เหมือนเมนูอาหารในร้านอาหารหรูเลยค่ะ แต่เราจะมองไม่เห็นมันด้วยตาเปล่า เพราะมันยังไม่ได้ก่อตัวขึ้นในโลกกายภาพ หน้าที่ของเราคือเชื่อมต่อกับข้อมูลและพลังงานนั้นด้วยพลังงานและเจตจำนงของเรา คือการสั่งเมนูใหม่ด้วยการใช้ เจตนาที่ชัดเจน + อารมณ์ที่ยกระดับ นั่นเอง
เราไม่ใช่แค่ตัวละคร แต่เราคือผู้สร้าง
สุดท้ายนี้ บลูอยากจะบอกว่า การที่คนดีๆ ดึงดูดคนไม่ดีเข้ามา มันไม่ใช่คำสาปหรือโชคร้ายเลยค่ะ แต่มันคือคำเชิญ (invitation) จากจิตวิญญาณของเราเอง ที่เชิญชวนให้เรากลับมารักตัวเองให้ลึกซึ้งขึ้น มาทำความรู้จักกับ เงาของเราให้ดีขึ้น และมาเป็นผู้จัดระเบียบสนามพลังงานของตัวเองอย่างแท้จริง
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราจัดระเบียบโลกภายในของเราจนมันกลายเป็น Mandala หรือเรขาคณิตศักดิ์สิทธิ์ที่สมดุลและสวยงามจากข้างใน โลกภายนอกก็จะค่อยๆ จัดเรียงตัวมันเองใหม่เพื่อสะท้อนความสมบูรณ์นั้นออกมาให้เราเห็นเองค่ะ
เพราะอย่างที่ Dr. Wayne Dyer กล่าวไว้ "คุณไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากอนุภาคทางวัตถุ…คุณคือส่วนหนึ่งของจิตสากลแห่งการสร้างสรรค์" (You did not originate from a material particle... You’re a piece of that universal mind of Creation)
จงกล้าหาญที่จะทำงานกับพลังงานที่ซ่อนเร้นในตัวเรานะคะ เพราะนั่นคือหนทางสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์ชีวิตในแบบที่เราปรารถนาอย่างแท้จริงค่ะ 🤍
บลู 🕊️
