สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ บลูนะคะ 🩵
ดีใจที่ทุกคนเปิดมาอ่านหน้านี้นะคะ หลายคนรู้จักบลูในฐานะคนออกแบบสนามพลังงานผ่านภาพ ที่พูดเรื่อง Mandala, Symbolic Language, Will, Unconscious & Subconscious, Energy & Fields, Reality & Universe และอีกมากมาย
บลูเลยอยากจะมาแชร์เรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง...จุดกำเนิดของวอลเปเปอร์พลังงาน เรื่องราวที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความเชื่อ แต่เริ่มต้นจาก ความสงสัย ที่ครั้งหนึ่งเคยกัดกินใจของบลูจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน
พายุแห่งคำถามที่ไร้คำตอบ
เพื่อน ๆ เคยรู้สึกไหมคะ...ว่าโลกนี้มัน... "ทำไม?"
คำถามสั้น ๆ ที่กลายเป็นพายุหมุนในความคิด...
ทำไมโลกนี้ถึงดูไม่ยุติธรรม?
ทำไมความพยายามสุดชีวิตของคนหนึ่ง ถึงให้ผลลัพธ์ไม่เท่ากับการอยู่เฉย ๆ ของอีกคน?
ทำไมคนดีต้องเจอแต่คนเอาเปรียบ ทำไมไม่ดึงดูดคนเหมือนกันเข้ามาละ?
ทำไมโชคชะตาถึงชอบเล่นตลกกับคนที่ชีวิตกำลังขาขึ้น?
เราเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่?
และท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้... เราจะหาความสุขที่แท้จริงเจอได้ไหม?
คำถามเหล่านี้ไม่ได้ผุดขึ้นมาแล้วหายไป แต่มันฝังรากลึก กลายเป็นความคลั่งที่จะหาคำตอบให้ได้ บลูไม่ได้ต้องการแค่คำปลอบใจลอยๆ หรือโควทไร้สาระ แต่ต้องการ ความจริง ที่อยู่เบื้องหลังกลไกของจักรวาล
การเดินทางของบลูจึงเริ่มต้นขึ้น... ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือ แต่คือการดำดิ่งลงไปในศาสตร์ทุกแขนงที่พอจะให้คำตอบได้ บลูหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น…
จากความสงสัย...สู่การสังเคราะห์ศาสตร์
บลูเริ่มต้นจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ จิตใจมนุษย์ ค่ะ บลูกระโจนเข้าไปในโลกของ จิตวิทยาเชิงลึก (Depth Psychology) โดยเฉพาะแนวคิดของ คาร์ล กุสตาฟ ยุง (Carl Jung) มันเหมือนการเจอแผนที่ขุมทรัพย์เลยค่ะ คำว่า Ego, Shadow, Anima, Animus, Self มันไม่ใช่แค่ศัพท์เท่ ๆ แต่มันคือชิ้นส่วนในตัวเราทุกคนที่รอการทำความเข้าใจ
ยุงพูดประโยคหนึ่งที่สั่นสะเทือนบลูมาก ๆ เขาบอกว่า "Until you make the unconscious conscious, it will direct your life and you will call it fate." (ตราบใดที่คุณยังไม่นำสิ่งที่อยู่ในจิตไร้สำนึกขึ้นมาสู่จิตสำนึก มันจะกำกับชีวิตคุณ และคุณจะเรียกมันว่าโชคชะตา)
กรีดร้องไปหลายรอบ นี่ไง คำตอบแรกที่บลูตามหา... หรือว่าโชคชะตาที่เราคิดว่ามาจากฟ้าดิน ที่จริงแล้วมันคือโปรแกรมที่ซ่อนอยู่ใน จิตไร้สำนึก (Unconscious) ของเราเอง?
แต่ทฤษฎีมันยังเป็นนามธรรมค่ะ บลูอยากเห็นมัน อยากจับต้องพลังงานเหล่านี้ได้ และนั่นคือตอนที่บลูได้พบกับ ไพ่ทาโรต์ (Tarot)
ไพ่ทาโรต์ในความหมายของบลู ไม่ใช่เครื่องมือทำนายอนาคตแบบ "จะได้-ไม่ได้" แต่มันคือ ภาษาสัญลักษณ์ (Symbolic Language) ที่สมบูรณ์แบบ มันคือภาพสะท้อนของ Archetypes ที่ยุงพูดถึง The Emperor คือพลังของความเป็นพ่อ The High Priestess คือญาณหยั่งรู้ภายใน The Devil ไม่ใช่ปีศาจ แต่คือเงาหรือ Shadow ที่เราต้องเผชิญหน้า
แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้นค่ะ...
บลูเริ่มสงสัยต่อ... แล้วสัญลักษณ์พวกนี้มันมีพลังได้ยังไง? ทำไมแค่การมองภาพถึงเปลี่ยนความรู้สึกเราได้?
คำถามนี้ผลักบลูให้ก้าวข้ามไปสู่โลกของ ฟิสิกส์ควอนตัม (Quantum Physics) ตอนแรกก็งงมากค่ะ ตอนนี้ก็งงอยู่ 555 มันคืออะไร? สนามพลังงาน? การพัวพันเชิงควอนตัม (Entanglement)? แต่พอเริ่มเข้าใจ บลูก็ต้องร้อง อ้าววว อีกครั้ง
สิ่งที่ควอนตัมฟิสิกส์บอกเราก็คือ ทุกสิ่งในจักรวาลนี้คือ พลังงาน (Energy) ที่สั่นสะเทือนในความถี่ที่แตกต่างกัน และที่สำคัญที่สุดคือ การสังเกตของผู้สังเกตการณ์มีผลต่อความเป็นจริง
เกาหัวเลยค่ะ... นี่มันหมายความว่าเจตนาและการจดจ่อของเรา สามารถเปลี่ยนแปลงสนามพลังงานรอบตัวได้…จริง ๆ เหรอ?
บลูเลยลองมองย้อนกลับไปที่ศาสตร์โบราณอย่าง ปรัชญาเฮอร์เมติก (Hermeticism) และ การเล่นแร่แปรธาตุ (Alchemy) บลูพบว่าสิ่งที่นักฟิสิกส์ยุคใหม่ค้นพบ คนโบราณเขารู้กันมานานแล้วในรูปแบบของปรัชญา หลักการที่ว่า "As above, so below" (เบื้องบนเป็นเช่นไร เบื้องล่างก็เป็นเช่นนั้น) มันคือเรื่องเดียวกันกับแบบจำลองโฮโลแกรม (Holographic Model) ที่บอกว่าส่วนที่เล็กที่สุดสะท้อนภาพของทั้งหมด
ทุกอย่างเริ่มเชื่อมโยงกันเป็นภาพใหญ่...
จิตไร้สำนึก ของเราคือสนามพลังงานส่วนตัว
สัญลักษณ์และ Archetype คือกุญแจที่ใช้เปิดประตูสู่สนามพลังงานนั้น
เจตนา (Intention) ของเราคือผู้สั่งการที่จะกำหนดว่าเราต้องการดึงดูดพลังงานแบบไหนเข้ามา
กำเนิดวอลเปเปอร์: เมื่อ Mandala มาอยู่บนหน้าจอ
แล้วบลูจะรวมศาสตร์ทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน บลูจะทำได้ยังไง?
คำตอบมาในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด... หน้าจอมือถือ
เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าเรามองหน้าจอมือถือวันละกี่ครั้ง? หลายร้อย...อาจจะหลายพันครั้งด้วยซ้ำ การมองซ้ำ ๆ คือการโปรแกรมจิตใต้สำนึกที่ทรงพลังที่สุด
และนั่นคือจุดกำเนิดของ วอลเปเปอร์พลังงาน หรือ ที่บลูชอบเรียกว่า สนามพลังงาน
มันไม่ใช่แค่การเอาภาพเทพเก่งๆ หรือไพ่ความหมายดี ๆ มารวมกันค่ะ แต่มันคือการ ออกแบบสนามพลังงาน (Energy Field Design) อย่างมีเจตนา
บลูใช้หลัก Sacred Geometry และ Mandala ในการจัดวางองค์ประกอบทุกอย่าง
ศูนย์กลาง (Intentional Core): คือพลังงานหลักที่เราต้องการ Activate ให้ตื่นขึ้น อาจจะเป็นไพ่ The Sun เพื่อความสำเร็จ หรือ The Empress เพื่อความอุดมสมบูรณ์
องค์ประกอบรอบข้าง: คือไพ่หรือสัญลักษณ์ที่ทำหน้าที่สนับสนุนหรือปรับสมดุลพลังงานหลัก คล้ายกับการวางจักระ (Chakra Flow) ให้พลังงานไหลเวียนอย่างราบรื่น
สีพื้นหลัง: ไม่ได้เลือกเพื่อความสวยงาม แต่เลือกเพื่อแก้หรือเสริมพลังงานรวมของภาพทั้งหมดตามหลัก จิตวิทยาสี (Color Psychology) และ พลังงานของสี
วอลเปเปอร์ของบลูจึงทำหน้าที่เหมือน Portal ที่เชื่อมเรากับพลังงานที่เราต้องการ เป็น Grid พลังงานส่วนตัวที่คอยปรับจูนคลื่นความถี่ของเราตลอดทั้งวันผ่านการมอง และเป็น Mirror ที่สะท้อนให้เราเห็นถึงศักยภาพสูงสุดของ Self ที่รอการปลุกอยู่ภายใน
มันคือการเปลี่ยนหน้าจอธรรมดา ให้กลายเป็น Mandala ที่มีชีวิต... เป็นพิมพ์เขียวแห่งพลังงานที่เราเลือกจะเป็น
บลูไม่ได้บอกว่าวอลเปเปอร์นี้คือยาวิเศษที่เปลี่ยนชีวิตได้ในวันเดียวนะคะ 555 ไม่ใช่แน่นอนค่ะ มันเหมือนการสมัครฟิตเนสอะค่ะ แต่ไม่เคยไป มันก็จะไม่เห็นกล้ามนะคะ
วอลเปเปอร์คือ เครื่องมือ คือ แผนที่ แต่คนที่จะต้องออกเดินทางคือ ตัวเราเอง ค่ะ คือการที่เราต้องร่วมมือกับพลังงานนั้น ลงมือทำในสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมาย เหมือนเราอยากถูกหวยก็ต้องซื้อหวยก่อน
และเรื่องราวทั้งหมดนี้ บลูไม่ได้เล่าเพราะอยากให้เชื่อ แต่อยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจกลไกเบื้องหลัง เข้าใจว่าเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรอรับโชคชะตา แต่เราเกิดมาเพื่อร่วมออกแบบความเป็นจริงของเรากับ Universe ค่ะ 🤍
, บลู 🕊️
Who am I?
Approach
เคยมีคนถามบลู (และบลูเองก็เคยถามตัวเองบ่อยมาก 555) ว่า "สรุปแล้ว...บลูเป็นใครกันแน่?" เป็นนักอ่านไพ่? นักออกแบบวอลเปเปอร์? หรือคนที่พูดเรื่องพลังงานที่มองไม่เห็น?
เอาจริงง คำถามนี้เคยทำให้บลูกดดันมากเลยนะ รู้สึกเหมือนต้องเลือกป้ายมาแปะหน้าผากให้ได้แค่ป้ายเดียว แต่ยิ่งพยายามหาคำตอบเดียว...ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่
จนวันหนึ่งบลูถึงได้ เอ้าเฮ้ย กับตัวเอง (again and again 555)... บางทีเราอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวก็ได้นี่นา
มันเหมือนเวลาเรามองท้องฟ้าค่ะ ท้องฟ้าก็คือท้องฟ้า แต่ในบางวันเขาก็เป็นสีฟ้าใส (Sky Blue) บางวันก็เป็นสีเทาหม่นพร้อมฝนตก (Stormy Grey) บางคืนก็เต็มไปด้วยกลุ่มก้อนดาวระยิบระยับ (Starry Night) แต่ทั้งหมดนั้น...ก็ยังคงเป็นท้องฟ้าผืนเดียวกัน
ตัวตนของบลู หรือแม้แต่ตัวตนของเพื่อน ๆ ทุกคนก็เหมือนกันค่ะ เราไม่ได้มีแค่ด้านเดียว แต่เราคือ จักรวาลที่ซ้อนกันอยู่ มีหลายมิติ หลายบทบาท ที่จะปรากฏออกมาตามจังหวะชีวิตและผู้คนที่เราสื่อสารด้วย
บลูเลยอยากจะมาถอดรหัส 3 ตัวตนหลักที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นบลูในทุกวันนี้ให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันค่ะ
การที่บลูมาเล่าเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่อยากแนะนำตัวเองนะคะ แต่อยากจะบอกเพื่อน ๆ ทุกคนว่า การมีหลายด้านในตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่ความโลเล แต่มันคือความสมบูรณ์
เราทุกคนมีทั้ง สถาปนิก ที่วางแผนชีวิต, มี กระจก ที่สะท้อนความรู้สึกของตัวเองและคนอื่น, และมี นักเล่นแร่แปรธาตุ ที่พร้อมจะลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นจริง
หน้าที่ของเราไม่ใช่การเลือกที่จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือการ Integrate ทุกภาคส่วนในตัวเราให้ทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน โอบกอดทุกมิติของตัวเองให้ได้ นั่นต่างหากคือการเข้าถึง Self หรือตัวตนที่แท้จริงอย่างสมบูรณ์ที่สุดค่ะ 🤍


