Thought Forms, Egregores and Magic พลังที่เรามี...แต่ไม่เคยรู้

บลูเข้าใจดีว่าโลกของจิตใจและพลังงานมันซับซ้อนแค่ไหน เรามักจะถูกสอนให้เชื่อว่า "ความคิดก็แค่ความคิด" เป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่มีใครรู้ ไม่มีผลกับใคร แต่เคยลองถามตัวเองเล่นๆ ไหมคะว่า... แล้วถ้าความเชื่อนั้นมันไม่จริงล่ะ? ถ้าทุกครั้งที่เราคิด เรากำลังปั้นอะไรบางอย่างให้มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ในโลกของพลังงาน?

วันนี้บลูอยากชวนทุกคนฉีกทิ้งความเชื่อเก่าๆ นั้นไปเลยค่ะ เพราะจากการศึกษา Theosophy และศาสตร์ลี้ลับมาอย่างลึกซึ้ง บลูยืนยันได้เลยว่าความคิดของเราไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่มันคือพลังงานที่มีชีวิต ที่สร้างสรรค์และส่งผลกระทบต่อโลกที่เราอยู่อย่างมหาศาล

มาค่ะ... บลูจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง

Published On: 18 ก.ย. 2568

จักรวาลในหัวเรา: มารู้จักเพื่อนร่วมสร้างที่มองไม่เห็น

ก่อนจะไปไกลกว่านี้ เรามาทำความรู้จักศัพท์เฉพาะทางที่ฟังดูยากๆ แต่จริงๆ แล้วใกล้ตัวเรามากๆ กันก่อนนะคะ

  1. รูปจิต (Thought Forms): ดินน้ำมันที่เราปั้นทุกวินาที

เคยไหมคะที่ความคิดเรื่องความกังวลมันวนเวียนในหัวซ้ำๆ จนรู้สึกเหมือนมันเป็นก้อนพลังงานอึดอัดที่เกาะเราไม่ปล่อย? หรือเวลาที่เรามีความสุขมากๆ บรรยากาศรอบตัวมันถึงสดใสไปหมด? นั่นแหละค่ะ คือประตูบานแรกสู่ความเข้าใจเรื่องรูปจิต (Thought Forms) มันคือแนวคิดที่ว่า ความคิดของเราไม่ใช่แค่นามธรรม แต่คือสิ่งมีชีวิตจริง (real entities) ที่เกิดจากพลังงานจิตของเราเอง

ลองนึกภาพตามนะคะว่าทุกครั้งที่เราคิด (สมมติว่าเจ้าความคิดนั้นคือก้อนดินน้ำมัน) ขณะเรากำลังปั้นดินน้ำมันขึ้นมา สังเกตุไหมคะ ยิ่งเราบีบมัน เสริมเติมแต่ง ปั้นขา ปั้นหาง แปะมันเข้าไป ถ้าเปรียบกับความคิดเรามันก็คือการคิดซ้ำๆ ใส่ความรู้สึกที่เข้มข้น ยิ่งใส่ลงไปมากเท่าไหร่ เจ้าดินน้ำมันก้อนนี้ก็ยิ่งแข็งแรง มีรูปร่างชัดเจน จากก้อนดินน้ำมันสี่เหลี่ยมอาจกลายเป็นรูปทรงหมูน้อยที่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นเท่านั้น

ในหนังสือสุดคลาสสิกอย่าง Thought Forms: A Record of Clairvoyant Investigations โดย Annie Besant และ C.W. Leadbeater เขาได้วาดภาพสิ่งที่เห็นจากญาณ (หน้าตาของรูปจิต (Thought Forms)) ออกมาเลยนะคะ เช่น:

“FIG. 21. SELFISH AMBITION” ความทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัว จะมีรูปร่างเหมือนตะขอที่งองุ้มกลับมาเกี่ยวตัวผู้คิดเอง


“FIG. 23. SUSTAINED ANGER    FIG. 22. MURDEROUS RAGE ” ความโกรธที่รุนแรง จะมีรูปร่างเหมือนพลังงานที่ระเบิดออก


“FIG. 10. DEFINITE AFFECTION” “FIG. 11. RADIATING AFFECTION” “FIG. 12. PEACE AND PROTECTION” การแผ่เมตตาหรือภาวนาเพื่อผู้อื่น จะก่อตัวเป็นรูปทรงที่สวยงามเหมือนสิ่งมีชีวิตที่มีปีกแผ่ขยายออกไปช่วยเหลือคนอื่น

รูปจิตเหล่านี้จะลอยวนอยู่ในออร่าของเรา และถ้าพลังงานมันเข้มข้นพอ มันสามารถหลุดลอยออกไปเดินทางได้ด้วยตัวเองเลยค่ะ ทึ่งไปเลยใช่ไหมคะ 555


  1. Egregor: จิตวิญญาณของกลุ่มที่ทรงพลังกว่าที่เราคิด

แล้วถ้าความคิดของคนๆ เดียวสร้างรูปจิตได้... จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนหลายร้อย หลายพัน หรือหลายล้านคน คิดและรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน? คำตอบคือการกำเนิดของ Egregor

ถ้ารูปจิตคือพลังงานของปัจเจกบุคคล Egregor ก็คือ รูปจิตหมู่ (collective thought form) หรือจิตสำนึกรวมหมู่ (collective consciousness) ที่เกิดจากการรวมพลังความคิด อารมณ์ และความเชื่อของคนในกลุ่ม มันเหมือนจิตใจของกลุ่มที่มีชีวิตและเจตจำนงของตัวเอง

ถ้ายังงงๆ บลูอยากถามต่อว่าเคยรู้สึกถึงบรรยากาศหรือพลังงานบางอย่างในที่ทำงาน ในครอบครัว หรือแม้แต่ในคอนเสิร์ตไหมคะ? นั่นแหละค่ะคือ Egregor ลองนึกภาพตามง่ายๆ

  • จิตวิญญาณของทีมกีฬา: พลังแห่งความเชื่อมั่นในชัยชนะของทุกคนรวมกันจนกลายเป็นพลังงานที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวบุคคล คอยขับเคลื่อนทีมไปสู่เป้าหมาย


  • พลังศรัทธาในศาสนสถาน: สถานที่เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยการสวดมนต์และความศรัทธามาหลายร้อยปี ได้สะสม Egregor แห่งความสงบสุขเอาไว้

ที่น่าสนใจคือ Egregor สามารถคงอยู่ได้นานกว่าอายุของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม และมีอิทธิพลต่อความคิดและการกระทำของสมาชิกได้อย่างมากโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวเลยก็ได้ค่ะ


  1. เวทมนตร์ (Magic): พลังสร้างสรรค์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน

พอพูดคำว่าเวทมนตร์หลายคนอาจจะนึกถึงไม้กายสิทธิ์หรือคาถาในนิทานใช่ไหมคะ? แต่ถ้าบลูลองถามใหม่ว่า...การอวยพรจากใจจริงมันต่างจากการสาปแช่งแค่ตรงไหน? ในมุมมองของ Theosophy เวทมนตร์คือการประยุกต์ใช้พลังทางจิตวิญญาณหรือพลังจิต ซึ่งเป็นพลังงานที่เราทุกคนมีและใช้อยู่ตลอดเวลา แค่เราไม่รู้ตัว

มันเหมือนพลังงานไฟฟ้าเลยค่ะ เราจะใช้มันเพื่อเปิดไฟให้สว่าง หรือจะใช้มันเพื่อช็อตทำร้ายใครบางคนก็ได้ สิ่งที่แยกว่านี่คือ เวทมนตร์ขาว (White Magic) หรือ เวทมนตร์ดำ (Black Magic) มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น... เจตนา (motive and purpose) ของผู้ใช้ล้วนๆ

  • เวทมนตร์ขาว (White Magic): คือการใช้พลังจิตด้วย เจตนาที่เสียสละ (altruistic intent) เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา หรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เช่น การสวดมนต์ การบำบัดด้วยพลังงาน (energy healing) การส่งความรักความเมตตาให้ผู้อื่น

  • เวทมนตร์ดำ (Black Magic): คือการใช้พลังงานเดียวกันนี้เพื่อ จุดประสงค์ที่เห็นแก่ตัว (selfish ends) เพื่อควบคุม ทำร้าย หรือแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน ตั้งแต่การสาปแช่งไปจนถึงการใช้พลังจิตครอบงำผู้อื่น


  1. ภพภูมิแอสทราล (Astral Plane) และ ธาตุ (Elementals): สนามพลังงานและส่วนประกอบที่มองไม่เห็น

แล้วเจ้าพลังงานความคิดพวกนี้มันไปอยู่ที่ไหนกัน? มันลอยอยู่ในอากาศเฉยๆ หรือ? คำตอบคือมันดำรงอยู่ในมิติที่เรียกว่า Astral Plane ค่ะ ลองนึกภาพว่ามันเป็นมิติที่ซ้อนทับอยู่กับโลกของเรา เป็นอาณาจักรของพลังงาน อารมณ์ และจิตสำนึก เหมือนคลื่นวิทยุที่เรามองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ผ่านอุปกรณ์ ในมิตินี้แหละค่ะที่รูปจิตและเอเกรเกอร์ถูกสร้างขึ้นและมีชีวิตอยู่ และในมิตินี้ก็มีส่วนประกอบ ของมันที่เรียกว่า

ธาตุ (Elementals) ซึ่งเปรียบเสมือนพลังงานดิบๆ หรือวิญญาณธรรมชาติ ที่ยังไม่มีรูปร่างชัดเจน เหมือนจุลินทรีย์ในอากาศที่รอการรวมตัวกับพลังงานความคิดของเราเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา


จริงเหรอ?: หักล้าง 5 ความเชื่อเก่าที่อาจจำกัดศักยภาพของเรา

บลูเชื่อว่าการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกพลังในตัวเราค่ะ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราอาจจะต้องคิดใหม่

1. ความเชื่อที่ว่าความคิดของฉันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีใครรู้หรอก

บลูขอชวนมองใหม่: แล้วถ้าความคิดของเรามันมีคลื่น ที่แผ่ออกไปเหมือน Wi-Fi ล่ะคะ? ความจริงคือ ความคิดของเราคือพลังงานที่มีชีวิต และส่งผลกระทบถึงคนรอบข้างอย่างคาดไม่ถึง Mahatma K.H. เคยกล่าวไว้ว่า "ทุกความคิดของมนุษย์...จะผ่านเข้าสู่โลกภายในและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลัง โดยรวมตัวกับธาตุ...มันคงอยู่เป็นพลังงานที่มีชีวิต" คนที่เขามีความรู้สึกไว (Empaths) สามารถสัมผัสพลังงานจากความคิดของเราได้ชัดเจนเลยนะคะ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์เลี้ยงหรือต้นไม้ก็ยังรับรู้ได้


2. เวทมนตร์เป็นเรื่องงมงาย ไม่มีจริง

  • บลูขอชวนมองใหม่: ถ้าการสวดมนต์อวยพรให้คนอื่นหายป่วยแล้วเขาดีขึ้นจริงๆ เราจะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไรคะ? Theosophy มองว่า เวทมนตร์คือการใช้พลังทางจิตวิญญาณที่มีอยู่จริง และเราทุกคนก็ใช้มันอยู่ตลอด ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม



3. พระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่สูงเกินกว่ามนุษย์จะเกี่ยวข้อง

  • บลูขอชวนมองใหม่: แล้วพลังของแรงศรัทธามาจากไหนคะ? วรรณกรรมศาสตร์ลี้ลับชี้ว่า แม้แต่เทพเจ้าหรือสิ่งมีชีวิตในรูปแบบ Archetype (ตามแนวคิดของ Carl Jung) ที่เราบูชากัน ก็ได้รับการหล่อเลี้ยงและเสริมพลังด้วยพลังงาน Egregor ที่เกิดจากความศรัทธาของผู้คนหลายชั่วอายุคน แปลว่า...ศรัทธาของเรามีส่วนในการสร้างและรักษาพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นด้วยค่ะ



4. พฤติกรรมของฝูงชนก็มาจากความคิดของแต่ละคนรวมกันเฉยๆ

  • บลูขอชวนมองใหม่: เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมคนปกติที่รักสงบ ถึงกลายเป็นคนก้าวร้าวรุนแรงได้เมื่อตกอยู่ท่ามกลางม็อบที่โกรธแค้น? นั่นเพราะเขาถูกขับเคลื่อนโดย Egregor ของฝูงชน ซึ่งเป็นเหมือนสมองรวมที่มีพลังเหนือเหตุผลส่วนบุคคล และทำงานเพื่อรักษาสภาพอารมณ์ที่สร้างมันขึ้นมา



5. ใช้กฎแรงดึงดูดเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองเป็นสิ่งที่ดีเสมอ

  • บลูขอชวนมองใหม่: เจตนาของการดึงดูดนั้นคืออะไร? เพื่อตัวเราคนเดียว หรือเพื่อเกื้อกูลโลกด้วย? H.P. Blavatsky ผู้ก่อตั้ง Theosophical Society กล่าวไว้อย่างน่าคิดเลยค่ะว่า การพยายามใช้ทางลัดทางจิตวิญญาณเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางวัตถุ คือเวทมนตร์ดำและไสยศาสตร์ทางจิตวิญญาณ ไม่ว่ามันจะดูไม่อันตรายแค่ไหนก็ตาม เพราะมันตั้งอยู่บนฐานของความเห็นแก่ตัว และผลกรรมของมันร้ายแรงกว่าที่คิดมากนัก


Q&A: คำถามยอดฮิตที่บลูขอเคลียร์ให้หายสงสัย

Q: ความคิดเราเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ นะ มันจะไปมีผลกับคนอื่นได้ยังไง?

A: บลูเข้าใจเลยค่ะว่าทำไมเราถึงคิดแบบนั้น แต่ในโลกของพลังงาน ความคิดเราเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่เดินทางได้ มันจะแผ่ออกจากตัวเราไปอยู่ในโลกภายใน (Inner World) และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศรอบตัวเรา คนที่เขารู้สึกไวๆ หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง ก็รับรู้ถึงคลื่นพลังงานนี้ได้ค่ะ เรากำลังสร้างโลกiอบตัวเราด้วยความคิดและอารมณ์ของเราอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ


Q: แล้วรูปจิต (Thought Forms) หน้าตามันเป็นยังไง? เป็นแค่นามธรรมรึเปล่า?

A: ไม่ใช่นามธรรมเลยค่ะ ในหนังสือ Thought Forms ที่บลูเล่าไป เขาแสดงภาพให้เห็นเลยว่ามันมีรูปร่าง สีสัน และโครงสร้างที่ชัดเจนในมิติที่ละเอียดอ่อน เช่น ความทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัวมีตะขอเกี่ยวกลับมาหาตัวเอง หรือการแผ่เมตตาที่แผ่ปีก ออกไปช่วยเหลือผู้อื่น รูปจิตเหล่านี้สร้างจากสสารในร่างกายแอสทราลและจิตใจของเราเองค่ะ


Q: Egregor ต่างจาก Thought Forms ทั่วไปยังไงคะ?

A: ถ้า Thought Form คือกองไฟ ที่เราก่อขึ้นคนเดียว Egregor ก็คือแคมป์ไฟขนาดใหญ่ ที่ทุกคนมาช่วยกันเติมเชื้อไฟค่ะ Egregor คือรูปจิตหมู่ พลังงานมันเลยมหาศาลกว่ามาก เพราะเกิดจากคนหลายคนรวมกัน และมันสามารถคงอยู่ได้นานกว่าอายุของสมาชิกในกลุ่มด้วยซ้ำ


Q: สรุปว่าเวทมนตร์มีจริงไหม แล้วมันคืออะไรกันแน่?

A: มีจริงค่ะ และมันคือการประยุกต์ใช้พลังจิตที่เราทุกคนทำกันอยู่แล้ว การส่งความรัก การอวยพร ก็คือเวทมนตร์ขาวรูปแบบหนึ่ง การแช่งชักหักกระดูก ก็คือเวทมนตร์ดำรูปแบบหนึ่ง ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่พิธีกรรม แต่อยู่ที่เจตนาของผู้ใช้ล้วนๆ เลยค่ะ


บทสรุปจากบลู: เราคือผู้สร้างสรรค์โลกใบนี้

มาถึงตรงนี้ บลูหวังว่าทุกคนจะเริ่มมองความคิดของตัวเองเปลี่ยนไปนะคะ

เราอยู่ในจักรวาลที่ความคิดไม่ใช่แค่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหายไป แต่มันคือพลังงานสร้างสรรค์ ทุกความคิดที่เราเลือกที่จะคิด ทุกความรู้สึกที่เราเลือกที่จะรู้สึก มันไม่ได้อยู่แค่ในหัวเรา แต่มันกำลังก่อร่างสร้างตัวเป็นรูปจิต (Thought Form) และร่วมสร้างพลังงานรวมหมู่ (Egregor) ที่หล่อหลอมสังคมและโลกใบนี้อยู่ทุกขณะความจริงที่ว่าความคิดคือพลังและเอกภาพของความคิดคือพลัง (unity of thought is power) มันมาพร้อมกับ ความรับผิดชอบทางจริยธรรม (ethical responsibility) ที่ยิ่งใหญ่

วันนี้เราจะเลือกปั้นดินน้ำมันพลังงานของเราให้เป็นตะขอที่เกี่ยวรั้งตัวเองและคนอื่น หรือจะปั้นให้มันเป็นปีกที่ช่วยโอบอุ้มและยกระดับทุกสรรพสิ่ง?

คำตอบอยู่ในใจของพวกเราทุกคนค่ะ

จงเลือกที่จะเป็นผู้สร้างสรรค์ความดีงาม ด้วยความคิดที่บริสุทธิ์และเจตนาที่เสียสละนะคะ เพราะเมื่อเรากล้าที่จะเปลี่ยนโลกข้างใน... โลกข้างนอกก็จะเปลี่ยนตามเราไปด้วยอย่างแน่นอนค่ะ

ด้วยรัก

บลู



Create a free website with Framer, the website builder loved by startups, designers and agencies.